voopoo พบว่ามีหลักฐานวิชาการที่หรูหราความน่าน่าไว้ใจ 

voopoo

2562) voopoo พบว่ามีหลักฐานวิชาการที่หรูหราความน่าน่าไว้ใจ จ านวนมาก

ทั้งยัง Observational studies voopoo การศึกษาเล่าเรียนแบบไปด้านหน้า แล้วก็การทบทวน วรรณกรรมอย่างมีระบบ ในปี พุทธศักราช 2560 มีรายงานการสังเคราะห์วิชาความรู้จากการวิจัยที่ เป็นการเรียนติดตามในระยะยาวเกี่ยวกับยาสูบกระแสไฟฟ้าทั้งหมดทั้งปว

ง 9 เรื่อง ครอบคลุมกรุ๊ป แบบอย่างที่เป็นวัยรุ่นและก็วัยผู้ใหญ่ตอนแรก จ านวน 16,621 คน อายุระหว่าง 14 – 30 ปี พบว่า คนที่เคยใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้าได้โอกาสที่จะเริ่มดูด

บุหรี่ 30.4% ในตอนที่ผู้ไม่เคยใช้แนวโน้มที่ จะเริ่มดูดพอๆกับ 7.9% ยิ่งกว่านั้นเมื่อนักค้นคว้ากักคุมแปรเข้าแทรก (อาทิเช่น ตัวแปร ด้านลักษณะทางมวลชน, ทางด้านจิตสังคม, ร

วมทั้งสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการกระทำ) แล้ว พบว่าคนที่เคยใช้ ยาสูบกระแสไฟฟ้า ได้โอกาสที่จะเริ่มดูดบุหรี่มากยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยทดลองใช้แทบ 4 เท่า (OR = 3.6

2; 95% CI, 2.42-5.41) ส่วนในกรุ๊ปผู้ดูดบุหรี่ พบว่า ถ้าเกิดใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้า ในตอน 1 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้โอกาสกลับไปดูดบุหรี่มากยิ่งกว่าคนที่มิได้ใช้ ยาสูบกระแสไฟฟ้

า ถึง 4 เท่า ในระยะถัดมายังมีการเล่าเรียนระยะยาว (Longitudinal study) เพิ่มในหัวข้อ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และก็ทวีปเอเชีย โดยส่งผลการค้นคว้าที่สอดคล้องต้องกันว่า วัยรุ่นซึ่งยังไม่เคยดูดบุหรี่มาก่อนและก็ทดลองใช้ยาสูบ

อิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะท่าทางที่จะเริ่มดูดบุหรในวันหลัง ในไต้หวันมีข้อบังคับควบคุมยาสูบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อปี พุทธศักราช 2561 โดยน้ ายา ยาสูบกระแสไฟฟ้าที่มีนิวัวตำหนินจัดเป็นผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งห้ามประชาสัมพันธ์ว่ายาสูบก

ระแสไฟฟ้าที่ ไม่มีนิโคตินเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่ช่วยเลิกยาสูบ หากแม้มองว่าข้อบังคับในไต้หวันเอาจริงเอาจัง แต่ว่ายังมี ช่องว่างของข้อบังคับท าให้เยาวชนยังหาซื้อยาสูบกระแสไฟฟ้าได้โดยยิ่งไปกว่านั้นการซื้อทางอินเทอร์เน็ต เหมือนกับภาวะในประเทศไทย การศึก

ษาเล่าเรียนระยะยาวในไต้หวัน 3 โดยเก็บข้อมูล 2 ระยะ เป็นปี พุทธศักราช 2557 (baseline) และก็ปี พุทธศักราช 2559 กลุ่มทดลองเป็นผู้เรียนระดับมัธยม จ านวน 18,06

4 คน พบว่าเด็กนักเรียนที่เคยใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้ามีลักษณะท่าทางที่เริ่มดูดบุหรี่ในตอนหลัง มากยิ่งกว่าพวกที่ไม่เคยใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้า (Odds Ratio = 2.14, 95% CI (1.66, 2.75), p < 0.001) ในเวลาเดียวกันมีกล่าวว่ากลุ่มวัยรุ่นใน Taiwan มีทิศทางเป็น “dual user” เป็นใช้ทั้งยังยาสูบกระแสไฟฟ้าและก็ยาสูบปกติ เพิ่มจากจำนวนร้อยละ 0.9 ในปี พุทธศักราช 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 1.6 ในปี พุทธศักราช 255994 กล่าวโดยย่อจะมองเห็นได้ว่าจ

ากงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยเชิงประจักษ์กับข้อมูลจากที่หน่วยง

านอนามัย โลกเสนอจะมองเห็นได้ว่า ยาสูบกระแสไฟฟ้ามิได้ช่วยลดการสูบยาสูบลงได้ แถมยังเป็นอันตรายต่อ บุคคลรอบตัวอันเนื่องมา นำไปสู่ผู้ดูดคนใหม่โดยยิ่งไปกว่านั้นเด็กแล้วก็เยาวชน ด้วยเหตุนั้น มาตรการห้ามน าเข้า ก็เลยเป็นมาตรการที่เยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการคุ้มครองป้องกันสุขภาพของคนประเทศไทย ผลส ารวจความเห็นของเด็กและก็เยาวชนต่อเรื่องยาสูบกระแสไฟฟ้าในประเทศไทย จากกลุ่มของตัวอย่างที่เป็นเด็กรวมทั้งเยาวชน อายุระหว่าง 15 – 25 ปี จ านวน 1,647 คน จาก ทั่วทั้งประเทศ พบว่า จำนวนร้อยละ 39.8 รู้เรื่องว่ายาสูบกระแสไฟฟ้าช่วยเลิกยาสูบแบบปกติได้และก็ ปริมาณร้อยละ 76.9 ได้รับข้อมูลที่บิดเบือนจากสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งยังยังเจออีกว่า มี ผู้ประกอบธุรกิจลักลอบจ าหน่ายยาสูบกระแสไฟฟ้า ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยตามสถานที่ต่างๆแล้วก็ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจ านวนมาก โดยจากแบบสำรวจ พบว่า มีการจ าหน่าย ยาสูบกระแสไฟฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ปริมาณร้อยละ 80.8 ตลาดนัดช่วงเวลาค่ำคืน ปริมาณร้อยละ 39.2 เพื่อนพ้องหรือ คนสนิทปริมาณร้อยละ 31.3 อีกหนึ่งผลส ารวจที่น่าดึงดูดเป็น เยาวชนเพียงแต่จำนวนร้อยละ 16.8แค่นั้นที่เกื้อหนุนให้ยาสูบกระแสไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ถูกตามกฎหมาย ชี้ให้เห็นว่า เยาวชนไทยจำนวนมากรู้เรื่องและก็ตระหนักถึงผลกระทบของการสูบบุหรี…